สระบุรี-ศิษยานุศิษย์จัดพิธีมุฑิตาจิตสักการะพระอาจารย์ บุญส่ง ฐานจาโร ประธานมูลนิธิถ้ำกระบอก ในโอกาสครบ 6 รอบ 72 ปีและในโอกาสที่ได้รับรางวัลโล่เกียรติยศบุคคลต้นแบบทำความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ปี 2561หลังการนำแนวเกษตรพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้จนประสบผลสำเร็จ

อ่าน 476,929 ครั้ง

วันนี้(19/09/61) เวลา 10.00 น. ที่วัดถ้ำกระบอก ต.ขุนโขลน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี พระธรรมปิฎกเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี ประธานฝ่ายสงฆ์ พันเอกเพิ่มศักดิ์ ขุนโขลน รอง ผอ.กอ.รมน.สระบุรี ประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยศิษยานุศิษย์ ร่วมกันจัดแสดงมุฑิตาจิตสักการะ เจริญอายุวัฒนมงคลแด่พระอาจารย์ บุญส่ง ฐานจาโร ประธานมูลนิธิถ้ำกระบอก ในโอกาสครบ 6 รอบ 72 ปี และในโอกาสที่ได้รับรางวัลโล่เกียรติยศบุคคลต้นแบบทำความดี ตอบแทนคุณแผ่นดิน ปี 2561 ของกลุ่มเครือเนชั่น กรุ๊ป ที่จัดขึ้นเพื่อเชิดชู ยกย่อง และให้คุณค่าแก่บุคคลที่ประกอบคุณงามความดีแก่ประเทศชาติ โดยในพิธีได้จัดให้มีการมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์ระดับประถมศึกษา จำนวน 73 ทุนๆละ 2,000 บาท รวม 14 โรงเรียน ในพื้นที่อำเภอพระพุทธบาท และมอบทุนในระดับมัธยมศึกษาให้กับนักเรียนโรงเรียนสุธีวิทยา จำนวน 22 ทุน ทุนละ 2,000 บาท รวมทั้งมอบทุนให้กับนักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลวิทยาลัยบรมราชชนนีพระพุทธบาท อีกจำนวน 5 ทุนๆ ละ5,000 บาท พร้อมมอบข้าวสารสำหรับโครงการอาหารกลางวันเด็กที่ขาดแคลน จำนวน 13 โรงเรียนๆ ละ 3 กระสอบสำหรับรางวัลบุคคลต้นแบบทำความดี ตอบแทนคุณแผ่นดิน ปี 2561พระอาจารย์ บุญส่ง ฐานจาโร ประธานมูลนิธิถ้ำกระบอก วัดถ้ำกระบอก ได้รับคัดเลือกให้เป็น 77 ต้นแบบคนดี ในการสร้างสรรค์ทำคุณประโยชน์เพื่อส่วนรวม โดยได้นำศาสตร์ของพระราชา 9 มาปรับใช้และขยายผลในพื้นที่วัดถ้ำกระบอก โดยที่พระอาจารย์บุญส่ง ฐานจาโร ได้กล่าวถึงที่มาที่ไปว่า ที่บริเวณที่ทั้งหมดเกือบ 200 ไร่ ของวัดถ้ำกระบอกแห่งนี้เดิมเป็นพื้นที่ป่าเป็นส่วนใหญ่ สำหรับสาเหตุที่มีการนำแนวเกษตรพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาใช้ในวัดนั้น ก็สืบเนื่องจากที่ต้องการลดการรบกวนจากญาติโยม และทางวัดเองต้องดูและพระและคนอาศัยมากเกือบ 300 ชีวิต ตนเองจึงได้เริ่มปรับพื้นที่บริเวณที่เป็นป่าในการทำการเกษตร โดยใช้พื้นที่ประมาณ 15 ไร่แบ่งพื้นที่ทั้งปลูกข้าว ปลูกกล้วย ปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกสมุนไพร สำหรับใช้ในการบำบัดผู้ติดยาเสพติด และปลูกเห็ดจนต่อมาได้ทำ ศูนย์ฝึกอบรมการเพาะเห็ด ซึ่งผลผลิตทุกอย่างที่ได้ก็นำมาเป็นอาหารและแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เข้ารับการบำบัดได้เข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิต และการดำรงตนเองแบบพอเพียง สร้างอาชีพที่จะสามารถนำไปต่อยอดต่อไปได้ และปัจจุบันได้มีการ เปิดพื้นที่ให้ศึกษาดูงานการเรียนรู้ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ และยังจัดอบรมการเพาะเห็ดแบบครบวงจรให้กับบุคคลทั่วไปที่สนใจด้วยซึ่งพระอาจารย์บุญส่ง ฐานจาโร กล่าวว่า สำหรับสิ่งที่ทำในทุกวันนี้ทั้งการให้ความรู้และผลผลิตทุกอย่างที่ทำได้ ก็อุทิศเป็นทานทุกอย่างเพื่อดำเนินตามสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานแนวทางเอาไว้ซึ่งใช้ได้จริงกับทุกบุคคลทุกสาขาอาชีพ รวมทั้งการปฏิบัติตนในการเป็นจิตอาสาในการทำงานโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ที่ได้พระราชทานโครงการจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ ในการบำเพ็ญประโยชน์ให้เกิดกับชุมชน และบ้านเมืองต่อไป และจุดมุ่งหมายของ “วัดถ้ำกระบอก” คือความต้องการให้ทุกคนมองว่าวัดถ้ำกระบอกไม่ได้เป็นเพียงสถานที่บำบัดยาเสพติดอย่างที่ทุกคนเคยเข้าใจ แต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นแหล่งความร่มรื่นทางกายและใจให้กับพุทธศาสนิกชนอย่างแท้จริงพระอาจารย์บุญส่ง ฐานจาโร เดิมชื่อนายบุญส่ง ตรีเสถียรกิจ หรือแซ่เตียว เกิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2589 ที่อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดสระบุรี เดิมสังกัดวัดอุบลวนาราม ตำบลปลายบาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันย้ายมาสังกัดวัดนิคมวาสี ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เมื่อปี พ.ศ.2522 และเข้าปฏิบัติธรรมที่สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2511(ปัจจุบันคือวัดถ้ำกระบอก)จบนักธรรมชั้นเอกเมื่อปี 2551

ภาพ-ข่าว วรวิทย์ คำเสียง ผู้สื่อข่าว จ.สระบุรี

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : สระบุรี-ศิษยานุศิษย์จัดพิธีมุฑิตาจิตสักการะพระอาจารย์ บุญส่ง ฐานจาโร ประธานมูลนิธิถ้ำกระบอก ในโอกาสครบ 6 รอบ 72 ปีและในโอกาสที่ได้รับรางวัลโล่เกียรติยศบุคคลต้นแบบทำความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ปี 2561หลังการนำแนวเกษตรพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้จนประสบผลสำเร็จ