ชลประทานอุตรดิตถ์ ขับเคลื่อนนโยบายการตลาดนำการผลิตของรัฐบาล จัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา 2561

อ่าน 467,239 ครั้ง

อุตรดิตถ์ : เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายสมหวัง ปานสุขสาร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุตรดิตถ์ สำนักงานชลประทานที่ 3 กรมชลประทาน พร้อมด้วยนายเมธี วุฒิเจริญ หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมโครงการชลประทานอุตรดิตถ์ นายจิรยุทธ ครุฑเมือง หัวหน้าฝ่ายส่งนํ้าและบำรุงรักษาที่ 1 ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฯ ร่วมประชุมชี้แจงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโครงการสานพลังประชารัฐ สนับสนุนการปลูกข้าวโพด หลังฤดูการทำนา ปี 2561/2562 โดยมีนายประสงค์ อุไรวรณ์ นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ประธานการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจ เพื่อสนองนโยบายการตลาดนำการผลิตของรัฐบาล และ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเกษตรกรในพื้นที่ ต.ท่าอิฐ ต.ท่าเสา ต.ป่าเซ่า ต.คุ้งตะเภา ซึ่งเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน พื้นที่เป้าหมาย รวม 17 ราย เข้าร่วมรับฟัง ทั้งนี้ เพื่อสร้างการรับรู้แก่เกษตรกร ปรับสมดุลของปริมาณการผลิตตลาดข้าว และ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้และอาชีพที่มั่นคง จากกิจกรรมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงฤดูนาปรัง อีกทั้งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้ดีขึ้นอย่างมั่นคง เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่งคั่งและยั่งยืนตลอดไป นายสมหวัง ปานสุขสาร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุตรดิตถ์ กล่าวว่า โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูการทำนา 2561 จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป โครงการดังกล่าว มีหลักการดำเนินการ คือ 1. เกษตรกรต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับราคาและเงื่อนไขการรับซื้อผลผลิตรวมทั้งปริมาณความต้องการผลผลิตของตลาดก่อนตัดสินใจลงมือทำการเพาะปลูก 2.รัฐบาลจะต้องมีมาตรการลดความเสี่ยงในการประกอบอาชีพของเกษตรกร เช่น การหาตลาดหรือผู้รับซื้อสินค้าเกษตรล่วงหน้าด้วยราคาที่เป็นธรรมการประกันรายได้ขั้นต่ำของเกษตรกรหรือการรับรองราคารับซื้อผลผลิตของภาคเอกชนการทำประกันภัยพืชผล และการสนับสนุนความรู้และเงินทุนหรือปัจจัยในการผลิตแก่เกษตรกร เป็นต้น และ 3. มาตรการจูงใจเกษตรกรจำนวน 4 มาตรการ เพื่อลดความเสี่ยงในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประกอบด้วย 3.1 การสนับสนุนสินเชื่อเป็นค่าปัจจัยการผลิตและการเตรียมดินผ่าน ธ.ก.ส. ในอัตราร้อยละ 0.01 ต่อปี ของวงเงินไร่ละ 2,000 บาท (ไม่เกิน 15 ไร่ต่อราย)3.2 การประสานภาคเอกชนให้มารับซื้อข้าวโพดอาหารสัตว์ตามคุณภาพในราคาไม่น้อยกว่าราคาขั้นต่ำที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด3.3 การสนับสนุนเบี้ยประกันภัย 65 บาทต่อไร่ เมื่อได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติจะได้รับชดเชยไร่ละ 1,500 บาท และ 3.4 การกำหนดนโยบายให้สินเชื่อสถาบันเกษตรกร เพื่อเสริมสภาพคล่องในการรวบรวมและรับซื้อผลผลิตข้าวโพดผ่าน ธ.ก.ส. ในอัตราร้อยละ 1 ต่อปี นายสมหวัง กล่าว.

ภาพ/ข่าว กิตติพงษ์ ทุนเพิ่ม ทีมข่าวภูมิภาค รายงาน

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : ชลประทานอุตรดิตถ์ ขับเคลื่อนนโยบายการตลาดนำการผลิตของรัฐบาล จัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา 2561

ร่วมแสดงความคิดเห็น