สื่อมวลชนบุกถามผู้ว่าจังหวัดปทุมธานี กรณีขัดแย้งระหว่างสภาเทศบาลเมืองคลองหลวงกับรองปลัด

อ่าน 254,420 ครั้ง

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 เวลา 09.00 น.ณ ที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี สื่อมวลชนได้ลงพื้นที่ติดตามกรณี เรื่องของ นางสุดา ทองวิลัย รองปลัดเทศบาลเมืองคลองหลวงที่มีความขัดแย้งกับสมาชิกสภาเทศบาลและยังถูกสอบสวนวินัยร้ายแรงฐานไม่ปฎิบัติตามคำสั่งของ กทจ. จ.ปทุมธานี จากกรณีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 ทีผ่านมาประธานสภาพร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลเมืองคลองหลวงเกินครึ่งในสภา เข้าชื่อร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เพื่อขอให้ย้ายนางสุดา ทองวิลัย รองปลัดเทศบาล ออกจากพื้นที่โดยเร็ว เพราะมีความขัดแย้งรุนแรงกับสมาชิกสภาเทศบาล โดยที่ผ่านมานางสุดาได้ฟ้องสมาชิกสภาเทศบาล กล่าวหาว่า สมาชิกสภาเทศบาลใช้อำนาจอภิปรายในสภาไม่ชอบ เกี่ยวกับเรื่องมีเจ้าหน้าที่บางคนนำรถยนต์หลวงไปขนของใช้ส่วนตัว ซึ่งต่อมาศาลจังหวัดธัญบุรีได้มีคำพิพากษาคดีแดงที่ อ 331 / 2562 ตัดสินให้ฝ่ายสมาชิกสภาเทศบาลชนะคดี ทำให้นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา สมาชิกสภาเทศบาลก็ได้เกิดข้อขัดแย้งกับนางสุดา รองปลัดเทศบาลอย่างรุนแรง มีการพูดจาถากถางและเหน็บแนมกันตลอดมาแต่จนถึงป่านนี้จังหวัดก็ยังไม่โยกย้ายนางสุดาออกไปจากพื้นที่ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.กลางกำหนดไว้ว่า หากเกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่างพนักงานเทศบาลกับสมาชิกสภาเทศบาล ก็ต้องย้ายพนักงานเทศบาลไปอยู่ที่อื่น ทำให้ประชาชนและส่วนรวมได้รับความเดือดร้อนเสียหายเป็นอย่างมาก ซึ่งวันที่ 8 พฤศจิกายน2562 ที่ผ่านมาประธานสภาและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองคลองหลวงได้มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ทางสื่อมวลชนจึงได้ไปสอบถามนางสุดา ทองวิลัย ว่าเรื่องที่สมาชิกสภาเทศบาลกล่าวอ้างนั้นเป็นจริงหรือไม่ ในกรณีที่นางสุดา ทองวิลัย ไม่ปฎิบัติตามคำสั่ง กทจ.จนถูกสอบวินัยร้ายแรงรวมไปถึงการที่นางสุดา ได้ขัดขวางการรับโอนปลัดเทศบาลคนใหม่มาดำรงตำแหน่งแทนที่ว่าง  ทั้งนี้โดยนางสุดา ทองวิลัย ก็ได้กล่าวว่า ตนไม่มีสิทธิ์และอำนาจหน้าที่ที่จะไปขัดขวางการรับโอนย้ายปลัดคนใหม่ และปฎิเสธว่าไม่ได้มีการขัดคำสั่ง กทจ. และไม่ได้ถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงด้วย

จากกรณีดังกล่าว นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดประทุมธานี ได้มอบหมายให้กับ นายขรรค์ไชย ทันธิมา ท้องถิ่นจังหวัด ชี้แจงให้กับสื่อมวลชนว่า กรณีของนางสุดา ทองวิลัย รองปลัดเทศบาลเมืองคลองหลวงไม่ประฎิบัติตามคำสั่งทาง กทจ.จนถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนั้น เป็นเรื่องจริงแต่ในการจัดตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนั้นเป็นอำนาจของนายกเทศบาลเมืองคลองหลวงซึ่งนอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ของทางจังหวัด

ส่วนเรื่องการยื่นเรื่องร้องเรียนมายังผู้ว่าของประธานสภานั้น ว่าด้วยการรับเรื่องการยื่นประกาศ กทจ.ว่าด้วยการโอนย้ายกรณีที่มีเหตุขัดแย้งเกิดขึ้น ผู้ที่จะมีสิทธิ์ที่จะยืนได้ มีอยู่ 4 ช่องทางด้วยกันก็คือ 1 พนักงานเทศบาล 2 คือนายกเทศมนตรี 3 ก็คือผู้นำชุมชน 4 ผู้ว่าการจังหวัด กรณีที่ประสบเหตุ เมื่อทางจังหวัดได้รับหนังสือยื่นเรื่องมา ว่ามีความขัดแย้งเราก็ได้มาพิจารณาดู ว่าคนที่ยื่นก็คือคือประธานสภาและสมาชิกสภาเทศบาลซึ่งเราก็เลยมามาพิจารณาว่าไม่ได้เป็นผู้นำชุมชน เพราะว่าได้รับข้อทักท้วงจากหลายๆฝ่ายว่าประธานสภาสมาชิกไม่มีฐานะเป็นผู้นำชุมชนซึ่งกรณีนี้ ทางจังหวัดโดยทางสำนักงานท้องถิ่นจังหวัด ก็ได้ประสานไปที่ผู้บริหารระดับกรมส่วนกลาง สอบถามว่าสมาชิกสภาเทศบาลมีฐานะเป็นผู้นำชุมชนไหม ซึ่งทางกรมได้ตอบมาว่า ประธานสภาสมาชิกสภาเทศบาลไม่ใช่ผู้นำชุมชน ซึ่งเรื่องนี้เราได่มาพิจารณากันกับท่านผู้ว่าการจังหวัดและท่านก็ได้ประสบพบเจอเรื่องนี้แล้ว ว่ามีความขัดแย้งจริงท่านก็จะเอาเรื่องนี้นะครับเข้าสู่ช่องทาง ให้อนุกรรมการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเพื่อที่จะโอนย้ายต่อไป ส่วนระยะเวลาและขั้นตอนนั้น เมื่อผู้ว่าทราบเรื่องแล้วก็ต้องแจ้งให้ทางอนุกรรมการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งจะมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานอนุ และจะมีกรรมการอีกประมาณ 6-7 ท่าน ซึ่งคนที่จะกำหนดเวลาก็คือประธานอนุกรรมการแก้ปัญหาความขัดแย้งกำหนดวันอีกทีนึง ขณะนี้เรากำลังเสนอหนังสือไปที่ว่าการจังหวัด ถ้าหากว่าคณะอนุกรรมการได้รับเรื่องจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทราบว่า นางสุดา ทองวิลัย รองปลัดเทศบาล ก็ได้ถูกสอบสวนวินัยร้ายแรงฐานฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมติ กทจ.ปทุมธานี ซึ่งต่อมาประมาณเดือนพฤษภาคม 2562 เทศบาลได้รายงานขอความเห็นชอบให้ ก.ท.จ.มีมติพักงานนางสุดา ทองวิลัย เพราะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานเอกสาร แต่มีข่าวว่ามีการวิ่งเต้นล้มคดี เพื่อมิให้ถูกพักงาน ในขณะที่ก่อนหน้านี้ กทจ.ก็ได้เคยมีมติสั่งพักงานนางจุฑารัตน์ อิ่มชื่นศรี ปลัดเทศบาลในระหว่างการสอบสวนวินัยร้ายแรงมาก่อนแล้ว โดยนางจุฑารัตน์บอกว่า ไม่ได้ไปวิ่งเต้นผู้ใด แสดงว่า มีการวิ่งเต้นมิให้นางสุดาพักงานจริง ใช่หรือไม่ หากไม่ใช่ทำไม กทจ.ไม่นำเข้าที่ประชุมเพื่อพักงานนางสุดา เหมือนกรณีของนางจุฑารัตน์อดีตปลัดเทศบาลเมืองคลองหลวง หรือเป็นเพราะว่า นางสุดา ทองวิลัย มีสามีเป็นนายทหารใหญ่ยศนายพล และเป็นเพื่อนบิ๊กมหาดไทย ใช่หรือไม่ จังหวัดถึงไม่กล้าพักงาน หรือย้ายไปอยู่ที่อื่นเพื่อลดความขัดแย้งในพื้นที่ การที่ กทจ.เคยมีมติพักงานนางจุฑารัตน์ อิ่มชื่นศรี ปลัดเทศบาลคนก่อนในระหว่างถูกสอบวินัยร้ายแรง แต่ในขณะเดียวกัน กทจ.กลับไม่ยอมมีมติพักงานนางสุดา ทองวิลัย รองปลัดเทศบาล ภรรยานายทหารใหญ่ซึ่งเป็นเพื่อนบิ๊ก มท. จะถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ จังหวัดจะกล้ามีคำสั่งให้นางสุดา ทองวิลัย รองปลัดเทศบาล ซึ่งเป็นภรรยานายพลทนายใหญ่ ออกไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ ณ หน่วยงานแห่งอื่นเป็นการชั่วคราวหรือไม่ เป็นไปได้หรือไม่ว่าจังหวัดจะให้ความเกรงใจสามีของนางสุดา ทองวิลัย ซึ่งเป็นนายทหารใหญ่ ตกลงจะให้ทำตามกฎหมายหรือไม่ หรือจะทำตามความต้องการของรองปลัดสุดา เคยทราบมา ปลัดเทศบาลลำลูกกาคนก่อนกับนายกเทศมนตรีลำลูกลา ก็เคยขัดแย้งกันเล็กน้อยและไม่เคยฟ้องร้องกันถึงศาลอาญา แต่ ก.ท.จ.ก็มองว่าเป็นเรื่องใหญ่ แล้วย้ายไปปลัดเทศบาลไปอยู่เทศบาลท่าโขลง แต่เหตุใดกรณีเรื่องความขัดแย้งของนางสุดารองปลัดเทศบาลซึ่งมีความขัดแย้งกับสมาชิกสภาเทศบาลรุนแรงยิ่งกว่า ทางจังหวัดถึงไม่ยอมโยกย้ายนางสุดาออกไปจากพื้นที่คลองหลวงเสียที หรือว่า ผู้ใหญ่ในจังหวัดคอยให้การช่วยเหลืออยู่หรือไม่ อย่างนี้ถือเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ ขณะนี้ทราบมาว่า กทจ.มีมติไม่รับโอนย้ายปลัดเทศบาลคนใหม่มาดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลง ทั้ง ๆ ที่ตามหลักกฎหมายแล้ว กทจ.สามารถลงมติรับโอนได้ตาม พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มาตรา 41 (4) ประกอบมาตรา 3 และตามหลักกฎหมายที่สำนักงาน ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ได้แจ้งตามหนังสือที่ มท 0809.2/ว 135 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 98 ลงวันที่ 30 กันยายน 2560 สาเหตุที่ไม่รับโอนเพราะต้องการให้นางสุดา รองปลัดเทศบาลได้ครองอำนาจปลัดเทศบาลและได้ครองอำนาจนายกเทศมนตรีหลายตำแหน่งพร้อมกันใช่ไหมค่ะ หาก ก.ท.จ.ไม่มีความชัดเจนในเรื่องการใช้อำนาจรับโอนเหตุใดไม่หารือไปยังส่วนกลางเพื่อวินิจฉัยให้เกิดความรอบคอบก่อนค่ะ หรือถ้าหารือไปแล้วเกรงว่าจะไม่สามารถกันตำแหน่งให้นางสุดาได้ครองอำนาจปลัดและได้ครองอำนาจของนายกเทศมนตรีใช่หรือไม่ เพราะขนาดนางสุดาเกิดความขัดแย้งกับสมาชิกอย่างรุนแรง กทจ.ก็ยังไม่ยอมย้ายนางสุดาออกไปจากพื้นที่เลย

นายขรรค์ไชย ทันธิมา กล่าว่าต้องเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในเรื่องของจังหวัดไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้รับมอบหมายให้ดูแลเทศบาลหรือแม้กระทั่งสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดที่ท้องถิ่นจังหวัดซึ่งเป็นฝ่ายเลขาของ กทจ.เรายึดแนวทางในการทำงาน ตามระเบียบกฎหมายแล้วก็ประกาศตามหนังสือสั่งการเกี่ยวข้องไม่มีบุคคลใดที่จะมากดดันหรือว่ามาทำให้การตัดสินใจของจังหวัดบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายได้นะครับ ส่วนกรณีของเรื่องที่รองสุดานะครับลองสุดาซึ่งถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ก็มีเรื่องเข้ามาที่จังหวัดเพื่อที่จะให้สั่งพักราชการเหมือนกับกรณีของท่านปลัดอดีตปลัดเทศบาล ต้องขอเรียนอย่างนี้ว่าในการดำเนินการสอบวินัยในกระบวนการที่สำคัญที่สุดคือการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงซึ่งกรณีนี้ ในการแต่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงของรองสุดาในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก็คือว่าฝ่าฝืนมติ ก.หรือไม่ปฏิบัติตามมติ ก.ที่สั่งการไปโดยชอบด้วยหน้าที่ก็เลยถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง กระบวนการในการแต่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ทางจังหวัดที่เสนอมา คนที่ลงนามในการสั่งแต่งตั้งเขาคือผู้อำนวยการกองช่างรักษาการแทนปลัดปฏิบัติหน้าที่นายกเป็นคนสั่งแต่งตั้งโดยประธานกรรมการก็คือนายอำเภอธัญบุรีเป็นประธานกรรมการ และก็จะมีกรรมการอีก 3ท่าน จะมีท้องถิ่นอําเภอ มีปลัดอำเภอด้วย ซึ่งในการแต่งตั้งกรรมการคนที่ถูกต้อง ที่ชอบนะครับเนื่องจากว่าเป็นคนละสังกัดคนละหน่วยงาน การที่จะแต่งตั้งได้จะต้องมีหนังสือขอตัวไปที่ต้นสังกัดให้เขาต้องการยินยอมให้มาเป็นกรรมการหรือว่าเป็นประธานกรรมการได้จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง นะครับในคำสั่งแต่งตั้งกรรมการชุดนี้หน่อยครับเพิ่งแต่งตั้งนายอำเภอธัญบุรีเป็นประธานเนี่ยไม่ได้มีการขอต้นสังกัดไม่มีหนังสือขอไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อที่จะอนุญาตให้นายอำเภอไปเป็นประธานกรรมการไม่มีการขอกรรมการอื่นมาที่ตนสังกัดเพื่อเป็นกรรมการด้วยตอนนี้ถือว่ากระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามคำสั่งกรรมการในเมื่อกระบวนการเริ่มต้นใหม่ไม่ชอบเนี่ยก็สามารถที่จะขอย้อนหลังได้แต่เรื่องนี้ยังไม่มีการขออะไรเลยกรรมการจึงยังไม่มีการไปไปสอบยังไม่มีการไปเริ่มต้นกระบวนการสอบสวนทางวินัยนะครับ แล้วก็เรื่องนี้ก็เลยยังไม่ได้เอาเข้าสู่ กทจ.เพื่อพี่จะพิจารณาด้วยนะครับ

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมว่าหลังจากที่ท่านรับทราบเรื่องนี้แล้วท่านได้รับดำเนินการอย่างไรบ้าง
เพราะการที่รองสุดาจะตั้งคณะกรรมการมาสอบตัวเองนั้นอาจจะเป็นไปได้ยากมากคงจะไม่มีใครตั้งคณะกรรมการสอบสวนตัวเองทางจังหวัดเองจะดำเนินการอย่างไรบ้าง?นายขรรค์ไชย ทันธิมา กล่าวเพิ่มเติมว่า เราก็จะสั่งไปให้ดำเนินการกระบวนการใหม่ให้ถูกต้องก็เป็นหน้าที่ของเทศบาลที่ต้องไปดำเนินกระบวนการก็คือว่าถ้าหากว่า รองสุดานะครับท่านเป็นรองปลัดรักษาราชการแทนปลัดปฏิบัติหน้าที่นายก กรณีที่จะแต่งตั้งกรรมการสอบตัวเองก็คือว่าคงไม่ได้อยู่แล้วนะครับเพราะว่ามันถือว่าเป็นการขัดกันและกันในเรื่องของกฎหมายตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาปกครอง ก็ต้องให้ผู้อำนวยการกองถือว่าเป็นอาวุโสสุด ก็มีอำนาจที่จะแต่งตั้งกรรมการได้นะครับแต่เป็นเรื่องที่เทศบาลต้องไปดำเนินการต่อ จังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเราไม่มีอำนาจที่จะไปก้าวล่วงอำนาจของของเทศบาลในเรื่องของการดำเนินการทางวินัย เป็นเรื่องของเทศบาลนะครับไม่ใช่ของผู้ว่าการจังหวัด ในส่วนของการรับปลัดคนใหม่มารับราชการตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมาแล้วมีหนังสือจากเทศบาลเมืองคลองหลวง ขอไม่รับโอนเรื่องนี้จริงเท็จอย่างไรบ้าง

นายขรรค์ไชย ทันธิมา ตอบว่าเป็นข้อเท็จจริงส่วนหนึ่ง ปลัดจุฑารัตน์ ได้ทำหนังสือมาที่จังหวัดวันที่ 30 กันยายน เป็นวันเกษียณอายุราชการพอดีทำหนังสือขอรับโอนขอรับโอนปลัดจากที่อื่นมาและก็แล้วกันก็ขอใช้อำนาจอำนาจหน้าที่ของนายกในการรับโอนด้วยและก็ในกรณีเดียวกันนะครับก็จะมีหนังสือจากเทศบาลเมืองคลองหลวงจากรองปลัดขอให้ระงับเรื่องของการรับโอนซึ่งทั้ง 3 เรื่องแบบนี้นะครับเราก็ได้ออกเข้าคณะกรรมการเทศบาลและพิจารณาซึ่งคณะกรรมการได้พิจารณา เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมาว่ากรณีของการรับโอนที่ปลัดเทศบาลนะครับทำเรื่องมา ทำเรื่องขอรับโอนมาเพราะพอใช้อำนาจ มันไม่เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการก็เลยยังไม่เห็นชอบให้รับโอนและขณะเดียวกันนะครับก็จะมีหนังสือหารือขอหารือแนวทางมติของ ก.ไปที่ส่วนกลางด้วย ว่ามติของ ก.เป็นไปตามบัญญัติกฎหมายไหม ส่วนเรื่องที่รองปลัดเทศบาลทำหนังสือขอใช้อำนาจไม่รับโอนปลัดปลัดเทศบาลทั้งหมด ก.ไม่รับพิจารณาเพราะว่า ก.มีมติไปแล้วว่าปลัด

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : สื่อมวลชนบุกถามผู้ว่าจังหวัดปทุมธานี กรณีขัดแย้งระหว่างสภาเทศบาลเมืองคลองหลวงกับรองปลัด